ปลายปี 1930 เบอร์ทรัน รัสเซลล์ นักคณิตศาสตร์และนักปรัชญาชื่อดังชาวอังกฤษ
ได้เขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ "The Conquest of Happiness"
งานเขียนเล่มนี้น่าจะช่วยนำทางผู้อ่านที่กำลังเผชิญหน้ากับความทุกข์
ให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และเลือกทางเดินไปสู่หนทางแห่งความสุขของชีวิตได้
อะไรคือเหตุและปัจจัยที่ทำให้แต่ล่ะชีวิตมีความสุข
นับเป็นคำถามที่มนุษย์เฝ้าเพียรพยายามหาคำตอบมาทุกยุคทุกสมัย
แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังมิอาจหาคำตอบสำเร็จรูปอันเป็นสากลที่ช่วยให้ตนพ้นทุกข์-
อันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พบกับความสุขได้
ประวัติศาสตร์ของความทุกจึงคงอยู่คู่กับมนุษยชาติมายาวนานเท่ากับประวัติศาสตร์ของความพยายามในการค้นหาความสุข
เพียงแต่เมื่อเรามุ่งเป้าไปที่ความสุข
เราจึงรังเกียจความทุกข์
ทั้งๆที่สุขและทุกข์ล้วนเป็นเพียงสภาวะหนึ่งของชีวิต
เพียงแต่ว่าทุกข์เป็นสภาวะที่ทนได้ยากกว่าเราจึงพยายามหนีห่างจากความทุกข์
เหมือนวิ่งหนีเงาของตัวเอง
ทุกข์จึงกลายเป็นศัตรูที่อยู่ในหัวใจของเรา
จะไล่ก็ไม่ไป จะกำจัดก็ไม่ได้ ปล่อยครั้งคนที่เผชิญความทุกข์แสนสาหัสจึงจำเป็นต้องปลิดชีวิตเพื่อพิชิตศัตรู
โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดนี้เขามาดี มาอย่างมิตร มาเพื่อเตือนสติให้เราได้ขบคิดถึงสิ่งต่างๆในชีวิต
ที่ในห้วงยามปกติเราจะไม่มีวันคิดถึง
ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ มนุษย์มักเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองได้ดีกว่าในช่วงเวลาแห่งความสุข
ความทุกข์จึงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการผลิตปัญญา
อย่างน้อยก็เพื่อหาทางนำพาตัวเองออกไปจากความทุกข์นั้น
ความทุกข์จึงเปรียบเสมือนจุดพลิกผันให้เราได้ตระหนักว่า
เราควรจะใช้ปัญญาในการเลือกทางเดินต่อไปข้างหน้าด้วยท่าทีอย่างไร
ความทุกข์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่คอยเตือนเรามิให้เราเพลิดเพลินไปกับความสุข-ความสำเร็จของชีวิต ที่มาแล้วก็ต้องจากไป
เรื่องนี้พูดง่าย เขียนง่าย แต่ทำยาก
เพราะในชีวิตจริง บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถตั้งสติและวางตัวเป็นมิตรกับทุกข์ได้
เมื่อตั้งหน้าตั้งตาเป็นศัตรู ทุกข์จึงทำร้ายและทำลายเรา
เพราะเราเฝ้าวนเวียนอยู่กับการต่อสู้เอาชนะความทุกข์
ทุกข์ระยะสั้นจึงกลายเป็นทุกข์ระยะยาว
ทุกข์ที่ควรจะลดน้อยถอยลงตามวันเวลาและประสบการณ์แห่งชีวิตจึงเพิ่มมากขึ้น
Credit :
เก็บความสุขใส่ชีวิต
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
Spiritual Wealth
จาก Signature
เก็บความสุขมาใส่ชีวิต
เรื่องนี้อ่านเจอในหนังสือนิตยสารรายสามเดือนเล่มหนึ่งที่วางอยู่ในห้องวิทยุ(ห้องทำงาน)
เห็นแล้วอยากอ่าน เพราะเขาทำรูปเล่มเรียบๆดี
(ยังสงสัยอยู่ว่ามันน่าสนใจอย่างไร)
ก็เลยเปิดดูผ่านๆตา เลยได้ไปเจอเรื่องสั้นเรื่องนี้แหละ
มันตรงกับช่วงหนึ่งของชีวิตพอดี
ช่วงที่ผมต้องรบกับความทุกข์
แต่ในเรื่องนี้ เขาแนะนำให้มองเรื่องทุกข์เป็นเรื่องปกติ
มองความทุกข์เป็นเพื่อนที่คอยเตือนคอยสอนให้เห็นถึงปัญญา(ทางแก้ไข้ปัณหาต่างๆ)
เป็นแนวคิด แนวทางในการมองโลกผ่านปัณหา
อ่านแล้วรู้สึกดี...