war-pot 的个人资料My freind love to call m...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月19日

เก็บความสุขใส่ชีวิต

ปลายปี 1930 เบอร์ทรัน รัสเซลล์ นักคณิตศาสตร์และนักปรัชญาชื่อดังชาวอังกฤษ
ได้เขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ "The Conquest of Happiness"
งานเขียนเล่มนี้น่าจะช่วยนำทางผู้อ่านที่กำลังเผชิญหน้ากับความทุกข์
ให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และเลือกทางเดินไปสู่หนทางแห่งความสุขของชีวิตได้

อะไรคือเหตุและปัจจัยที่ทำให้แต่ล่ะชีวิตมีความสุข

นับเป็นคำถามที่มนุษย์เฝ้าเพียรพยายามหาคำตอบมาทุกยุคทุกสมัย
แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังมิอาจหาคำตอบสำเร็จรูปอันเป็นสากลที่ช่วยให้ตนพ้นทุกข์-
อันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พบกับความสุขได้
ประวัติศาสตร์ของความทุกจึงคงอยู่คู่กับมนุษยชาติมายาวนานเท่ากับประวัติศาสตร์ของความพยายามในการค้นหาความสุข
เพียงแต่เมื่อเรามุ่งเป้าไปที่ความสุข
เราจึงรังเกียจความทุกข์
ทั้งๆที่สุขและทุกข์ล้วนเป็นเพียงสภาวะหนึ่งของชีวิต
เพียงแต่ว่าทุกข์เป็นสภาวะที่ทนได้ยากกว่าเราจึงพยายามหนีห่างจากความทุกข์
เหมือนวิ่งหนีเงาของตัวเอง
ทุกข์จึงกลายเป็นศัตรูที่อยู่ในหัวใจของเรา
จะไล่ก็ไม่ไป จะกำจัดก็ไม่ได้ ปล่อยครั้งคนที่เผชิญความทุกข์แสนสาหัสจึงจำเป็นต้องปลิดชีวิตเพื่อพิชิตศัตรู
โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดนี้เขามาดี มาอย่างมิตร มาเพื่อเตือนสติให้เราได้ขบคิดถึงสิ่งต่างๆในชีวิต
ที่ในห้วงยามปกติเราจะไม่มีวันคิดถึง

ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ มนุษย์มักเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองได้ดีกว่าในช่วงเวลาแห่งความสุข
ความทุกข์จึงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการผลิตปัญญา
อย่างน้อยก็เพื่อหาทางนำพาตัวเองออกไปจากความทุกข์นั้น

ความทุกข์จึงเปรียบเสมือนจุดพลิกผันให้เราได้ตระหนักว่า
เราควรจะใช้ปัญญาในการเลือกทางเดินต่อไปข้างหน้าด้วยท่าทีอย่างไร

ความทุกข์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่คอยเตือนเรามิให้เราเพลิดเพลินไปกับความสุข-ความสำเร็จของชีวิต ที่มาแล้วก็ต้องจากไป

เรื่องนี้พูดง่าย เขียนง่าย แต่ทำยาก
เพราะในชีวิตจริง บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถตั้งสติและวางตัวเป็นมิตรกับทุกข์ได้
เมื่อตั้งหน้าตั้งตาเป็นศัตรู ทุกข์จึงทำร้ายและทำลายเรา
เพราะเราเฝ้าวนเวียนอยู่กับการต่อสู้เอาชนะความทุกข์
ทุกข์ระยะสั้นจึงกลายเป็นทุกข์ระยะยาว
ทุกข์ที่ควรจะลดน้อยถอยลงตามวันเวลาและประสบการณ์แห่งชีวิตจึงเพิ่มมากขึ้น

Credit :
เก็บความสุขใส่ชีวิต
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
Spiritual Wealth
จาก Signature

เก็บความสุขมาใส่ชีวิต
เรื่องนี้อ่านเจอในหนังสือนิตยสารรายสามเดือนเล่มหนึ่งที่วางอยู่ในห้องวิทยุ(ห้องทำงาน)
เห็นแล้วอยากอ่าน เพราะเขาทำรูปเล่มเรียบๆดี
(ยังสงสัยอยู่ว่ามันน่าสนใจอย่างไร)
ก็เลยเปิดดูผ่านๆตา เลยได้ไปเจอเรื่องสั้นเรื่องนี้แหละ
มันตรงกับช่วงหนึ่งของชีวิตพอดี
ช่วงที่ผมต้องรบกับความทุกข์
แต่ในเรื่องนี้ เขาแนะนำให้มองเรื่องทุกข์เป็นเรื่องปกติ
มองความทุกข์เป็นเพื่อนที่คอยเตือนคอยสอนให้เห็นถึงปัญญา(ทางแก้ไข้ปัณหาต่างๆ)
เป็นแนวคิด แนวทางในการมองโลกผ่านปัณหา
อ่านแล้วรู้สึกดี...

ว่าด้วยเรื่อง ดราก้อนบอล กับ พลังคลื่นเต่า

ตลอดซีรีส์ดราก้อนบอลอันยาวนานมีคนใช้ท่าไม้ตายพลังคลืนเต่าทั้งสิ้น10คือ
ผู้เฒ่าเต่า, โงกุน, คุริริน, หยำฉา, ซุน โกฮัง(ปู่ของโงกุน),
โกฮัง, โกเท็น, เทนชินฮัง, เซลล์ และจอมมารบู.
 
จากหนังสือ aday ปก Sitcom.

ปัญหา กับ แผล

ปัญหา กับ แผลเป็นและแผลสด

วันหนึ่งผมได้คุยกับพี่สมเกียรติ(พี่ที่ดูแลเรื่องประกันชีวิตของพ่อและแม่)
พี่สมเกียรติได้ถามผมถึงเรื่องที่ทำงาน
ผมก็บอกว่าดีครับ ปัญหาที่มีก็เกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานเป็นส่วนใหญ่
พี่เขาก็ว่าอย่าเอามาเป็นปัญหาสิ
ปัญหายังเราไปสนใจมันมาก ปัญหามันจะยิ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่
(เออ...จริงอย่างที่พี่พูดว่ะ ถ้าไม่ไปสนใจมันก็ไม่เป็นปัญหา)

พี่เขายังถามอีกว่าระหว่างแผลสดกับแผลเป็นผมจะเลือกรักษาอะไรก่อน
...
พี่เขาบอกว่าเขาเลือกรักษาแผลสดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้มันเป็นแผลเป็น
ส่วนแผลเป็นยังไงมันก็ยังเป็นแผลเป็นอยู่วันจนค่ำ
ยิ่งเราไปเกาไปแกะมันจะยิ่งทำให้เป็นแผลขึ้นมาอีก
สู้เราปล่อยเอาไว้ในที่ที่มันควรอยู่ควรจะเป็นมันยังจะดีเสียกว่าอีก
จริงไหม?
ปัณหามันก็เปรียบกับแผลสดและแผลเป็นนั้นแหละ...

555+ ตอนนั้นบอกจริงๆเลยนะว่าไม่ค่อยได้สนใจฟังมันนักหรอก
แต่หลังจากที่ได้นั่งคิดอะไรเพลินๆ มันก็สะกิดใจคิด

ดูแล้วมันขัดๆกันหรือป่าวนะ? หรือคิดว่ายังไง?

1ข้อคิดดีๆจากท่านพุทธทาสภิกขุ

"อย่ามุ่งหมาย
ความสุขอันประเสริฐอะไรๆ
ให้มากไปกว่า ความปกติของจิตที่ไม่ยินดียินร้าย
ไม่ขึ้นไม่ลงไปตามอารมณ์ที่กระทบ
เพราะไม่มีสุขอะไรประเสริฐยิ่งไปกว่า
ความปกติของจิตนั้น"
 
พุทธทาสภิกขุ.

เสื้อยืด ชัยชนะแห่งกบฏวัฒนธรรม (ยกมาจาก212)

ไม่มีใครรู้กันอย่างแน่ชัดว่าเสื้อยืดถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อใดกันแน่
ได้แต่มีการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ด้านแฟชั่นออกมาอธิบายเอาไว้
หลานสำนวนด้วยกัน แต่มีสำนวนที่ฮิตและยอมรับกันอยู่ในปัจจุบันนี้คือ
อันแรก เสื้อยืดเริ่มจากการเป็นเสื้อชั้นในสำหรับใส่ทำงานกลางแจ้งของพวกกะลาสี
เรือในอักฤษโดยการให้เย็บแขนเสื้อติดกับเสื้อกล้ามเพื่อที่จะไม่ให้เหล่าราชวงศ์ทั้งหลาย
ได้เห็นขนรักแร้ที่น่ารังเกียจให้รกตา
อันที่2 เป็นเรื่องที่เล่าว่า คนขนถ่ายพวกใบชาในเมืองท่าแอนนาโพลิส รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา
ในคศวรรษที่17 ใส่เสื้อยืดแขนสั้นทำงานกัน จึงทำให้คำว่า ที่เชิ้ต T มาจากคำว่า Teaแปลว่าชานั้นเอง
กับอันสุดท้ายที่เราจะได้ยินกันบ่อยคือ เสื้อยืดเกิดมาจากการเป็นชั้นในของทหารเรืออเมริกัน โดยในระยะแรกเสื้อจะทำมาจากฝ้ายขาว
ใส่ไว้ข้างในปกปิดขนหน้าอกและนิยนใส่เอาไว้ใต้เสื้อจัมพอร์
ซึ่งเป็นเสื้อสวมศรีษะคลุมถึงสะโพก โดยกองทัพเรืออเมริกาใช้เสื้อยืดแบบนี้มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1913
และมาระบาดอย่างหนักในหมู่กองทัพต่างๆ ก็ช่วงสงครามโลกครั้งที่2นี้เอง

ใช่ว่าเสื้อยืดจะระบาดอยู่ในหมู่ทหารเท่านั้น แต่มันเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นใช้แรงงานทั้งหลายในอเมริกาและฝั่งทางยุโรปทั้งหลาย
จนทำให้สมัยหนึ่งเสื้อยืดเองก็คือสัญลักษณ์ของชนชั้นกรรมาชีพดีๆนี้เอง
ที่จะไม่เป็นการยอมรับของวงการแฟชั่นชั้นสุงทั้งหลาย

เนืองจากมันส่อให้เห็นถึงความต่ำชั้นกว่าตัวเองและการสวมใส่เสื้อยืด
กลับถูกมองว่าเป็นกบฏหรือแบดบอยในสายตาของผู้คนหัวอนุรักษ์นิยม

เสื้อยืดได้กลายเป็นสัญลักษณ์ธงรบ แห่งการแหกกรอบความคิดของสังคมขึ้นมา
ยิ่งมาเด่นชัดมากขึ้นในทศวรรษที่ 60 กับภาวะระอุของสงครามเย็นและสงครามเวียดนาม
การนำเอาเสื้อยืดมาย้อมสีและสกรีนข้อความที่ส่อถึงความคิดของผู้คนทั้งหลาย

ปัจจุบันเสื้อยืดได้กลายเป็นหนึ่ง ในอาภรณ์พื้นฐานยอดฮิตไปทั่วโลกที่สังคมยอมรับมากขึ้น
ไม่ใช่เป็นเสื้อผ้าขบถทางด้านวัฒนธรรมอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่ามันคือแฟชั่นยอดนิยม.

ณัฏฐชัย วิรุฬห์วชิระ
คอลั่มป์ สโมสร
นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม(Art & Culture Magazine)
ปีที่ 29 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2550
 
จากข้อความด้านบนก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเสื้อยืดนะครับ
อ่านแล้วรู้สึกดีเลยเอามาแชร์กันนะครับ
ส่วนตัวแล้วชอบเสื้อยืดมากกว่าเสื้อเชิตอยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าเสื้อเชิตจะใส่แล้วดูดีกว่าก็เถอะ
(บางครั้งถึงกับเลี่ยงงานที่เป็นทางการมากๆเพราะไม่อยากแต่งตัวก้มี)

ราตรีสวัสดิ์ ภาคการ์ตูน จากเมลฟอร์เวิร์ด

รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ผมสะอึกเลย ใจเขาใจเรานะครับ
พระคุ้มครองนะครับ...

6月6日

Friend สื่อด้วยภาพ

อ่านแล้วมันอิน แต่เวลาเหงา
เรามามองโทรศัพธ์แล้วคิดไม่ออกว่าจะคุยกะใครดี
เศร้า...
2月2日

พ่อสอนการเมืองลูก ขำๆแก้เครียดน๊า

ข่าวการเมืองกำลังมาแรงนะช่วงนี้นะ
ได้เมลขำขำมาจากพี่อ๊อบ อ่านแล้วตลกคลายเครียด
ทั้งๆที่เรื่องจริงมันก็ยังคงเครียดอยู่หล่ะนะ แต่ก็คงพอบรรเทาได้บ้าง
 
เด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งในครอบครัวมีด้วยกัน ทั้งหมด 5 คน
วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร
เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการ เมือง
' พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ ' เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย
พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า ' อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก '
- เปรียบ พ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง
- เปรียบ แม่เป็น รัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง !
- เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
- เปรียบ น้องชายของลูกเป็น อนาคตของชาติ
- เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน
เด็กน้อยทำหน้า งง ก่อนจะปล่อยให้ ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้ง-วัน
จนถึงเวลาตกดึกของวันนั้น ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ
' แงๆๆๆๆๆ ' เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น
เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึง ได้รู้ว่าน้อยชายของเค้า ขี้แตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง
ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย
ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่า
พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ ไม่ยอมตื่น
เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย

ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า
เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า
' พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง '
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ
' แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก ' พ่อถามด้วยความอยากรู้
 
การเมืองก็คือ
การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!
ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน
แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!
โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!!
12月23日

Let's see this Pic. What are you thinking?

 
เอ่อ...ดูแล้วรู้สึกยังไง?
ผมบอกไม่ถูก แต่ดูแล้วรู้สึกดี

Mail Forward จากพี่วุฒิ
11月5日

10 วิธี - ฆ่าเมีย (ต้องใจเหี้ยมหน่อยนะ)

10 วิธี - ฆ่าเมีย
 
1 . มันอยากกินอะไรซื้อให้มันกิน จนมันคาเรสโตรอลสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือดเดี๋ยวไม่เกิน 50 ปีมันก็ตาย

2. มันอยากได้เครื่องเพชรก็ซื้อให้มัน พอแสงเพชรมันสะท้อนเข้าตามันมากๆเข้า เดี๋ยวตามันก็จะบอด
พอมันตาบอดแล้วเราก็เอามันไปทิ้งที่ไหนก็ได้ มันหาทางกลับบ้านไม่ถูกแล้ว

3. มันชอบรถก็ซื้อให้มัน ยิ่งแพงๆยิ่งดี เครื่องมันแรงดี มันจะได้ขับเร็ว ๆ ความเสี่ยงสูง

4. มันอยากไปเที่ยวไหนก็พามันไป ต้องมีซักที่แหล่ะที่มันพลาดเดินล้มหัวฟาดพื้นตายได้

5. งานบ้านอย่าไปให้มันทำ เราต้องแย่งมันทำให้หมด ไม่เปิดโอกาสให้มันได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวมันก็ไม่แข็งแรง แล้วมันก็ตายเอง

6. ต้องพาเมียไปหาหมอบ่อยๆ ดูดิคนไม่ค่อยไปหาหมอไม่ค่อยเป็นไรหรอก คนที่ไปหาหมอบ่อย เดี๋ยว ๆ ก็ตายแล้ว

7. เงินเดือนออกมาเท่าไหร่ให้มันไปให้หมด ใครๆก็รู้ว่าเงินน่ะเป็นที่สะสมเชื้อโรคสารพัด
เราแกล้งเอาเชื้อโรคให้มันเก็บไว้เดี๋ยวมันก็เป็นโรคตาย เราเองไม่ต้องเก็บเชื้อโรคไว้ สุขภาพแข็งแรง..เย้

8. ปลูกบ้านหลังใหญ่ๆให้มันอยู่ กว้างๆยิ่งดี เวลาจะเดินจากห้องนั้นไปห้องนี้ทีมันจะได้เหนื่อย เผลอ ๆ
อาจหอบตายระหว่างทางได้

9. เช้า-เย็นกราบมันทุกวัน มันจะได้อายุสั้น

10. รักเมียให้มากๆ ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์


555+เตรียมเอาไว้เผื่อมีจะจัดการให้สิ้นหุ หุ

ไปเที่ยวเกาะช้างกินเหล้าสบายใจ อยากดูรูปตามมา..

.Koh Chang 010


5月25日

A Pre-school test for you...

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมลที่ได้นั่งอ่านแล้ว ทำให้ยิ้มออก
(นึกถึงรายการถ้าคุณแน่อยากแพ้ป.4)
ลองอ่านดูแล้วคิดตามนะครับ ดูว่าจอบถูกหรือป่าว...อิอิ
 
A PRE-SCHOOL TEST FOR YOU
ข้อสอบเด็กอนุบาล
 
Which way is the bus below travelling?
คุณคิดว่ารถกำลังไปทางไหน

To the left or to the right?
ไปทางซ้ายหรือทางขวา
 
a pre-test
 
Can't make up your mind?
ตอบไม่ได้ใช่ใหม

Look carefully at the picture again.
ลองดูรูปให้ดีอีกครั้งสิ

Still don't know?
 ก็ยังไม่รู้ใช่ใหม

Primary school children all over the UK were shown this picture and asked the same question.
เด็กอนุบาลที่ UK ได้ดูรูปนี้และถูกตั้งคำถามเดียวกัน

90% of them gave this answer:
90% ของเด็กที่ดูรูปสามารถตอบคำถามนี้ได้ว่า

'The bus is travelling to the right.'
'รถกำลังไปทางขาว'
 
When asked, 'Why do you think the bus is travelling to the right?'
'ทำไมถึงคิดว่ารถไปทางขวาล่ะ'

They answered:
เด็กๆ ตอบว่า

'Because you can't see the door to get on the bus.'
'เพราะว่าเราไม่เห็นประตูให้ขึ้นรถน่ะสิ'
 
How do you feel now???
ตอนนี้คุณรู้สึกยังไง

I know, me too.
 ผมรู้ เพราะผมก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน
 
ฮ่า ฮ่า เก่งจัง!
5月21日

Happy Birthday to Me++

ครบรอบอีกปีแล้วสินะ
ไม่เคยรู้สึกแก่แบบนี้มาก่อนเลย ฮ่า ฮ่า
ปีนี้ไม่ได้ไปทำบุญเหมือนปีก่อนๆ
แต่ไม่เป็นไร ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจ
 
ขอบคุณครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ และทุกๆคำอวยพร
ปีนี้ตั้งใจเศร้าตั้งแต่ต้นปีที่ได้เห็นตารางทำงานแล้วว่ายังไงก็ อด
แต่ผิดคาดปีนี้เป็นปีที่มีคนอวยพรให้มากที่สุดเลย
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดวันหนึ่งครับ
ทำให้ยิ้มได้ ทำให้ลืมเรื่องแย่ๆเมื่อตอนเช้า
รู้สึกดีจริงๆ ขอบคุณครับ
 
Special Thank...
 
ขอบคุณพี่หนูกับการ์ดวันเกิดแบบโดนๆ (เข้าใจเลือกรูปเสียด้วย โดนใจ)
ขอบคูณแจนตัวป่วนนะ ที่กวนไม่รู้จักหยุดหย่อน(ไม่ได้ว่านะ พี่ชม)
ขอบคุณเพื่อนดำที่อยู่คุยเป็นเพื่อนวันนี้(ทวงอยู่นั้นแหละ เหล้าเนี๊ย)
ขอบคุณเพื่อนแม้วที่ลากคุณนิกมาเจอกับเราได้(เสียที รอมานาน)
ขอบคุณสงขลาradio teamที่คอยรองรับอาการกวนตีนของผม
ขอบคุณพี่ก่อที่พยายามทำให้วันเกิดของผมเป็นเรื่องใหญ่โดยการแนะนำให้ประกาศออกทางHF-SSB Radioให้ได้ยินกันโดยทั่วอ่าวไทย
 
และท้ายสุด สุดท้าย...
ขอบคุณทุกๆคอมเม้นที่ทำให้ผมยิ้มออก
 
ปล. ยังรอโทรศัพธ์จากที่บ้านอยู่นะถ้าไม่โทรมาหล่ะก็(จะโทรไปหาเอง)
5月14日

บัญญัติ 16 ประการที่บริษัทไม่ต้องการ

ขำๆกับ บัญญัติ 16 ประการที่บริษัทไม่ต้องการ

ทำงานแบบเฮงซวย             ลาป่วยเป็นนิจ
ลากิจเป็นประจำ                 เวลางานชอบเลี่ยง
ส่งเสียงชวนคุย                  ทำชุ่ยอยู่เสมอ
ชอบเผลอนอนหลับ             มักกลับก่อนเวลา
มาสายตลอดปี                   ธุระมีตลอดวัน
หน้าด้านเอาเงินเดือน           ใครเตือนก็ไม่ฟัง
ช่ำนั่งไม่ติดที่                     งานมีทำไม่เสร็จ
บำเหน็จก็จะเอา                  หน้าเง้าเมื่อไม่ได้
 
4月24日

( ^ _ ^ ) คาถาร่ำรวย, คาถาคนทำงาน ^_^

คาถาร่ำรวย
 
พุทธัง เอาตังค์ใส่ตู้

ธัมมัง  เอาตังค์ใส่ตู้

สังฆัง  เอาตังค์ใส่ตู้

เหลียวไป พระไม่อยู่

ทุบตู้แล้วเอาตังค์ … 555

=============================
คาถาคนทำงาน

ขั้นแรก...ท่อง นโม 3 จบ ก่อน แล้วจึงค่อยท่องคาถานะ  

อาจจะมี ... เซ็งไปบ้าง...ในบางครั้ง

อาจจะมี ...เบื่อกันบ้าง....ในบางหน

อาจจะมี ...เหม็นขี้หน้า...กับบางคน

พยายามทน   ทำงานไป   เพราะได้ตังค์  

เป็นเมลforwardจากพี่ที่ทำงาน
ดูกันขำๆ...

 

4月12日

How to Succeed

How to Succeed
เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ
 
Don't talk negatively about people behind their backs.
อย่าพูดเรื่องลบๆลับหลังผู้อื่น
If you gossip, people won't confide in you.
ถ้าคุณนินทา คนจะไม่เชื่อถือคุณ
 
Mind your own business.
อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น
 
Try to work for someone who'll challenge your power.
You'll learn more in a year than 4 years of college.
พยายามทำงานกับคนที่ท้าทายความสามารถของคุณ
คุณจะเรียนรู้ใน1ปี มากกว่า4ปีในมหาวิทยาลัย
 
Succeedful bosses have good communication skill,
They learn from people, including their employees.
นายที่ประสบความสำเร็จจะมีความสามารถในการสื่อสารสุง
เขาจะเรียนรู้จากผู้คน รวมทั้งจากลูกน้องตนเองด้วย
 
Work in such a way that makes your boss look good. It's not flattery.
ทำให้เจ้านายของคุณดูดี แต่ไม่ใช่ประจบประแจงจนออกนอกหน้า
 
On downzing, the first to go are those with few friend.
เวลามีปัณหา หันหน้าเข้าหาเพื่อนดีๆ
 
Bosses pefer competent people whom they respect.
เจ้านายชอบคนเก่งที่ "ไว้ใจได้"
 
Dress for the job you want, not the one you have.
แต่งตัวไปทำงานให้เหมาะกับอาชีพของคุณ ไม่ใช่แต่งตามที่คุณมี
Let your dress reflect professionalism.
ให้เครื่องแต่งกายของคุณบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ
 
Personal integrity is crucial.
ความสุจริตเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
 
Tell nothing but the truth.
พูดแต่ความจริง อย่าพูดเท็จ
 
Don't take things personally.
หากมีใครตำหนิคุณ อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์
 
If some people are unhappy with you, it's their problem.
ถ้าใครบางคนไม่มีความสุขเมื่อได้ทำงานร่วมกับคุณ...นั้นเป็นปัญหาของเขา
But always strive to give your best.
แต่จงพยายามทำดีที่สุด เท่าที่คุณจะทำได้
 
If you must correct someone, don't get personal about it.
ถ้าคุณต้องแก้ไขข้อผิดพลาดของใครบางคน อย่าใช้อารมณ์
 
Don't it never in front of others.
อย่าฉีกหน้าคนต่อหน้าผู้อื่น
 
Spend sometime alone everyday.
What's the mission of my life?
What do I want to do?
And how to go about it.
ใช้เวลาอยู่คนเดียวบ้าง...
คิดถึงเป้าหมายชีวิตของคุณ
คิดว่าคุณต้องการจะเป็นอะไร
แล้วคุณจะถึงจะถึงจุดนั้นได้อย่างไร
 
เมลฟอร์เวิร์ดจะพี่ที่ทำงาน
ตั้งใจว่าจะทำตามให้ได้
โอ้ว...ไฟลุกท่วม ไฟแห่งความมุ่งมั่น...พรึบ!!

 
4月9日

งานยุ๊ง..ยุ่ง

เป็นพนักงานกลางคืนนี้มันยุ่งจริงๆ
ไหนจะโหลดคลิปโหลดเพลง, เขียนไดอารี่(อันนี้นานๆทีเขียนที555), อัพบล๊อก, เช็คไฮไฟว์
555+ ไม่จริงนะมันไม่ได้มีแค่นั้นหรอก
งานก็มีบ้างแหละ แต่มันไม่เยอะเหมือนกับตอนกลางวันเท่านั้นแหละ
ก็ดีจะได้มีเวลานั่งคิดนั่งทบทวนการใช้ชีวิต
แต่ก็ทำให้ฟุ้งซ่าน ลมปราณแตกกระจาย555+
เลอะเทอะว่ะ...ช่วงนี้
 
4月6日

แค่สงสัยเท่านั้น...

บางครั้งบางที...เราทำดีที่สุด(ของเรา)แล้ว
แต่กับคนอื่นยังมองว่ายังไม่ดีพอ
"นี่เรายังทำไม่ดีพออีกหรือ"
 
บางครั้งบางที...ที่เรื่องไม่เป็นเรื่อง
ก็ทำให้หงุดหงิด โดยแสดงออกมาทุกๆทาง(คำพูด สีหน้าและการกระทำ)
"แค่อยากรู้ว่า...ทำไม"
 
บางครั้งบางที...เรื่องที่ไม่อยากรู้เรื่องที่ไม่อยากฟัง
คนรอบข้างก็เอามาพูด
"คุณ(เมิง)จะมาบอกผม(กรุ)ทำไม...ไม่อยากรู้"
 
บางครั้งบางที...หาทางออกหาทางแก้ไข
อยากอยู่เงียบๆเพื่อนั่งคิด
"ช่วยเงียบและหุบปากทีได้ไหม"
 
บางครั้งบางที...ไม่ใช่เรื่องของผม
ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้อยู่ด้วยซ้ำ
"ช่วยไปพูดกับคนนั้นได้ไหม...ไม่ต้องฝากผ่านผม"
 
บางครั้งบางที...นั่งฟังเรื่องนั่งฟังปัณหาของเพื่อน
ก็อยากที่จะระบายความอึดอัดของตัวเองบ้าง
"ทำไมว่ะ เมิงไม่นั่งฟังเงียบๆเหมือนๆกับที่กรุนั่งฟังเมิงบ้าง"
 
แค่สงสัยไม่ต้องการคำตอบ
กับมาจากการพักผ่อน3อาทิตย์
ไวจริงจริงเหมือนโกหก ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นอันเลย
กับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...เป็นยังงั้นไปอีก
 
 
3月12日

Who's care!

0001
 
มันแรงไปไหมว่ะ
 
ไม่ไหวว่ะ เหมือนกับที่น้าแหงนว่า
ทุกวันนี้เราทำงานเอาเงินแลกกับอารมณ์
มันเหมือนกับว่าเรารับเอาอารมณ์ร้อนคนอื่นมาใส่ตัว
บางทีเราก็รู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิด ไม่มีเหตุผล
บอกไม่ถูก...
เป็นห่วงคนข้างๆนะ
บางครั้งบางที ไม่รู้ตัวนะ
ขอโทษจริงจริง
 
แต่ว่ามันถูกแล้วหรือที่เรามาโทษงานที่ทำว่าทำให้เราเป็นคนแบบนี้!!
 
 
3月1日

1st anniversary Pailin L.Q.

ครบรอบ1ปีทำงานที่แท่นไพลิน
first time offshore ก็วันที่1 มีนาปีที่แล้ว
กล้าๆกลัวๆ ที่จะลง
แปล๊บๆผ่านไปปีหนึ่งแล้ว เฮ้อ ไวว่ะ
โย่ว สู้(ดีไหมว่ะ?)
 

2月15日

After Valentine's Day(วันนึงเอง)

"ความรักก็คล้ายกับแผ่นดินไหว เราจะรับรู้ผลของมันได้
เมื่อทุกอย่างเคลื่อนผ่านไป
อาจเป็นความปวดร้าว
อาจเป็นความหวานชื่น
อาจเป็นความสมหวัง
หรืออาจเป็นความสิ้นหวัง"
        
                             อนุสร ติปยานนท์
                 จากนิยายเรื่องแปดเศษหนึ่งส่วนสองริกเตอร์
 
ถือเป็นควันหลงในวันแห่งความรักหล่ะนะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ
 
a11da4b7f89b89ef725325644888eef2